ผู้เขียน หัวข้อ: วิธีให้อาหารสายยางในการให้อาหารผู้ป่วย เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยเกิดภาวะขาดสารอา  (อ่าน 141 ครั้ง)

siritidaphon

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1098
    • ดูรายละเอียด
วิธีให้อาหารสายยางในการให้อาหารผู้ป่วย เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยเกิดภาวะขาดสารอาหาร

การให้อาหารทางสายยางเพื่อป้องกัน "ภาวะขาดสารอาหาร" (Malnutrition) ไม่ได้ขึ้นอยู่กับปริมาณอาหารเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับ "คุณภาพสารอาหาร" และ "ประสิทธิภาพในการดูดซึม" ของผู้ป่วยด้วยครับ

วิธีปฏิบัติเพื่อให้มั่นใจว่าผู้ป่วยจะได้รับสารอาหารครบถ้วนและนำไปใช้ได้จริงครับ

1. การจัดตารางและปริมาณอาหารให้เหมาะสม
ให้ตามปริมาณที่แพทย์สั่ง: โดยปกติจะแบ่งเป็น 4–5 มื้อต่อวัน เพื่อไม่ให้กระเพาะอาหารทำงานหนักเกินไปในครั้งเดียว

ความสม่ำเสมอ: ควรให้ตรงเวลาทุกวันเพื่อให้ร่างกายรักษาระดับน้ำตาลและพลังงานในเลือดได้คงที่

อย่าข้ามมื้อ: หากผู้ป่วยหลับ อาจต้องปลุกมาให้ตามเวลา หรือปรึกษาแพทย์หากต้องการปรับตาราง


2. การเลือก "สูตรอาหาร" ที่มีคุณภาพ
โปรตีนต้องถึง: ตรวจสอบว่าในสูตรมี ไข่ขาว หรือ อกไก่ เพียงพอหรือไม่ เพราะโปรตีนสำคัญต่อการรักษาเนื้อเยื่อและป้องกันแผลกดทับ

สารอาหารครบ 5 หมู่: หากปั่นเอง ต้องมีทั้งแป้ง (ฟักทอง/ข้าว), โปรตีน (ไก่/ไข่), ไขมัน (น้ำมันรำข้าว), ผัก (ใยอาหาร), และผลไม้ (วิตามิน)

ใช้อาหารสูตรสำเร็จเสริม: หากผู้ป่วยน้ำหนักลดเร็ว แพทย์อาจแนะนำให้ใช้ อาหารสูตรสำเร็จทางการแพทย์ (Medical Nutrition) แทนอาหารปั่นเอง เพราะคำนวณสารอาหารได้แม่นยำและดูดซึมง่ายกว่า


3. เทคนิคการให้เพื่อการดูดซึมสูงสุด
ความเร็วต้องพอดี: ไม่ควรปล่อยอาหารไหลเร็วเกินไป (ควรใช้เวลา 30-45 นาทีต่อมื้อ) การให้เร็วเกินไปจะทำให้ท้องเสีย ซึ่งจะส่งผลให้ร่างกายขับสารอาหารทิ้งไปหมด

อุณหภูมิห้อง: อาหารที่เย็นจัดจากตู้เย็นจะทำให้ลำไส้บีบตัวผิดปกติและย่อยยาก ควรวางทิ้งไว้ให้อยู่อุณหภูมิห้องก่อนให้

ล้างสาย (Flush) ด้วยน้ำเสมอ: การให้น้ำตาม 30-50 ซีซี นอกจากจะล้างสายแล้ว ยังช่วยให้ร่างกายได้รับน้ำเพียงพอต่อกระบวนการเผาผลาญ


4. การสังเกตและติดตามผล (Monitoring)
คุณสามารถเช็กได้ว่าผู้ป่วยได้รับสารอาหารเพียงพอหรือไม่จากสิ่งเหล่านี้:

ชั่งน้ำหนัก: ควรชั่งสัปดาห์ละ 1 ครั้ง หากน้ำหนักลดลงเรื่อยๆ แสดงว่าสารอาหารไม่พอ

สังเกตผิวพรรณและกล้ามเนื้อ: หากผิวแห้งมาก หรือกล้ามเนื้อแขนขาลีบลงชัดเจน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อเพิ่มแคลอรี่

เช็กอาหารตกค้าง (Residual): หากดูดออกมาแล้วเหลืออาหารเก่าเยอะ แสดงว่าร่างกายไม่ดูดซึม ต้องหาสาเหตุร่วมกับแพทย์


💡 ข้อควรระวัง: ภาวะท้องเสีย

หากผู้ป่วยท้องเสียจากการให้อาหาร สารอาหารที่ให้ไปจะสูญเสียไปทันทีและทำให้ร่างกายขาดน้ำและเกลือแร่รุนแรง "การคุมความสะอาด" และ "ความเร็ว" จึงเป็นหัวใจสำคัญของการป้องกันการขาดสารอาหารครับ