แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - siritidaphon

หน้า: [1] 2 3 ... 52
1
บิ๊กไบค์ ยามาฮ่า Yamaha-R15 Connected-ปี 2025
118,000 บาท

ยามาฮ่า Yamaha-R15 Connected-ปี 2025
Yamha R15 Connected เท่ ดุดัน สปอร์ตในทุกองศา พร้อมกับรุ่น NEW R15M CONNECTED ABS (อาร์หนึ่งห้าเอ็ม คอนเน็กเต็ด เอบีเอส ใหม่) ที่มาพร้อมกับ Aerodynamic Design เอกลักษณ์เฉพาะจากตระกูล R-Series DNA ด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ 155 ซีซี VVA ล้ำหน้าอีกขั้นกับ เทคโนโลยี Y-Connect แอปพลิเคชันการเชื่อมต่อข้อมูลรถ ช่วยให้ผู้ขับขี่ และรถเชื่อมต่อกันเป็นหนึ่งเดียว เร้าใจยิ่งขึ้น เฉพาะรุ่น NEW R15M CONNECTED ABS กับระบบ Quick Shifter เปลี่ยนเกียร์โดยไม่ต้องกำคลัตช์ แบบเดียวกับซูเปอร์ไบค์, ระบบ Traction Control ช่วยลดการลื่นไถลของล้อหลัง และระบบเบรก ABS ช่วยลดอาการล้อล็อกเวลาเบรกกะทันหัน NEW R15 CONNECTED และ NEW R15M CONNECTED ABS พร้อมให้คุณพุ่งทะยานไป สู่ความเป็นหนึ่ง และมั่นใจในประสิทธิภาพ พร้อมรับประกันถึง 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร มีให้เลือกด้วยกัน 3 สี คือ Futuristic White, Racing Blue และ Tech Black

รายละเอียดเบื้องต้น
   แบรนด์              Yamaha
   รุ่น                    ยามาฮ่า Yamaha-R15 Connected-ปี 2025
   ประเภทรถ           Sport Bike
   ปีที่เปิดตัว           2025
   ราคา                118,000 บาท

สเปค
   รูปแบบเกียร์          เกียร์ธรรมดา
   ระบบเกียร์             แบบสปอร์ต 6 เกียร์
   รายละเอียดเครื่องยนต์         4 จังหวะ สูบเดี่ยว SOHC 4 วาล์ว เทคโนโลยี VVA
   ระบบระบายความร้อน            น้ำ
   ระบบสตาร์ท                    สตาร์ทไฟฟ้า (มือ)
   ขนาดเครื่องยนต์ (CC)        155 CC
   แบบเครื่องยนต์                 4 จังหวะ
   ระบบจุดระเบิด                    T.C.I.
   ประเภทน้ำมันเชื้อเพลิง       เบนซิน 91, แก๊สโซฮอล์ 95 (E10), แก๊สโซฮอล์ 91, แก๊สโซฮอล์ E20, เบนซิน 95
   ระบบจ่ายน้ำมัน                 หัวฉีด
   ความจุถังน้ำมัน (ลิตร)       11 ลิตร
   ระบบกันสะเทือน              ล้อหน้า เทเลสโคปิค (โช้คหัวกลับ), ล้อหลัง สวิงอาร์ม (แขนยึดโช้คอัพหลัง)
   ระบบเบรค                      ล้อหน้า ดิสก์เบรก (), ล้อหลัง ดิสก์เบรก ()
   แบบวงล้อ                     แม็ก
   ขนาดยาง                      ล้อหน้า 100/80-17M/C 52P, ล้อหลัง 140/70-17M/C 66S
   ขนาด (ยาวxกว้างxสูง มม.)   1,990 x 725 x 1,135 ความสูงเบาะ 815
   น้ำหนักตัวรถ                     137.00 กก.

2
จัดฟันบางนา: มิติใหม่ ! รากฟันเทียมแบบพร้อมใช้ ในวันเดียว !

การปลูกรากฟันเทียม ในสมัยนี้ถือเป็นเรื่องปกติไปแล้ว เนื่องจากเป็นที่นิยมทำกันมาก และเป็นนวัตกรรมของวงการทันตกรรมที่มีมานานแล้ว และได้รับการพัฒนาเทคโนโลยีมาโดยตลอด จนเป็นที่ยอมรับและที่รู้จักในวงการแพทย์ การรักษาผ่าตัดรากฟันเทียมนั้น มีหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการใชฝังรากฟันเทียมแบบซี่เดียว เฉพาะจุด หรือแบบหล่ยซี่แบบทั้งปากก็มี ถือเป็นที่นิยมซึ่งก็ขึ้นอยู่กับสุขภาพฟันของแต่ละคนและการตรวจวินิจฉัยของแพทย์ร่วมด้วย

และอีกรูปแบบหนึ่งของการผ่าตัดฝังรากฟันเทียมนั้นก็คือ การทำทันตกรรมแบบพร้อมใช้งานในวันเดียว ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าพอสมควรสำหรับการฝังรากฟันเทียม เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า การรักษาผ่าตัดฝังรากฟันเทียมนั้น ต้องใช้เวลาในการรักษานานพอสมควร ไม่ต่ำกว่า 3-4 เดือนเลย และต้องมีการติดตามผลการรักษาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดความสำเร็จในการรักษาผ่าตัดฝังรากฟันเทียม แต่ถ้าเราหันมาใช้วิธีการฝังรากฟันเทียมแบบพร้อมใช้งานในวันเดียวนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับการวินิฉัยของแพทย์และความพร้อมของผู้เข้ารับการรักษาด้วย

การฝังรากฟันเทียมนั้น เรารู้กันอยู่แล้วว่ามันต้องใช้เวลาในการรักษาและต้องใช้เวลาในการที่จะให้รากฟันเทียมกับกระดูกที่รองรับฟันประสานกัน และการฝังรากฟันเทียมจะไม่มีความยุ่งยากอีกต่อไป เพราะการทันตกรรมรากฟันเทียมพร้อมใช้งานในวันเดียว จะคล้ายกับการทำครอบฟันหรือสะพานฟันเท่านั้น ผู้ที่เข้ารับการรักษาจะมีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น เพราะขั้นตอนการรักษาการฝัง Nobel Direct จะเป็นการฝังโดยไม่เปิก Flap สามารถทำการรักษาได้อย่างรวดเร็วสามารถใส่ครอบฟันชั่วคราวได้อย่างทันที และมีการสูญเสียกระดูกที่รองรับฟันน้อยมาก

3
วิธีเลือกฉนวนกันความร้อน สำหรับบ้านในสภาพอากาศร้อน

การสร้างบ้านในสภาพอากาศร้อน จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการเลือกวัสดุที่ช่วยป้องกันความร้อนเข้าสู่ภายในบ้าน หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามคือการเลือกใช้ฉนวนกันความร้อนอย่างเหมาะสม เพราะฉนวนกันความร้อนมีบทบาทสำคัญในการรักษาอุณหภูมิภายในบ้านให้เย็นลง ลดความร้อนจากภายนอก และช่วยให้เครื่องปรับอากาศทำงานน้อยลง ส่งผลให้ประหยัดพลังงานได้อย่างมาก ดังนั้น เราควรมาทำความรู้จักกับวิธีการเลือกฉนวนกันความร้อนที่เหมาะสมกับบ้านในสภาพอากาศร้อน

6 วิธีเลือกฉนวนกันความร้อน ให้เข้ากับบ้าน

1. พิจารณาค่า R-Value

   ค่า R-Value คือค่าที่ใช้บ่งบอกประสิทธิภาพในการกันความร้อนของฉนวน ยิ่งค่า R-Value สูงเท่าไร ยิ่งมีความสามารถในการป้องกันความร้อนได้ดีเท่านั้น ในสภาพอากาศร้อนควรเลือกฉนวนที่มีค่า R-Value สูงเพื่อลดการนำความร้อนเข้าสู่บ้าน โดยปกติแล้ว ค่า R-Value ที่เหมาะสมสำหรับบ้านในเขตร้อนจะอยู่ในช่วง R-30 ถึง R-60 ขึ้นอยู่กับวัสดุและพื้นที่การติดตั้ง

 2. เลือกวัสดุฉนวนที่เหมาะสม

   มีหลายวัสดุที่ใช้ทำฉนวนกันความร้อน แต่ละประเภทก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน ดังนี้:

-        ใยแก้ว (Fiberglass): เป็นวัสดุที่นิยมใช้ในการกันความร้อนเนื่องจากมีราคาประหยัด หาซื้อได้ง่าย และติดตั้งสะดวก แต่ควรใช้กับพื้นที่ที่ปิดสนิท เนื่องจากใยแก้วอาจฟุ้งกระจายได้เมื่อแตกหักหรือเสียหาย

-        โฟมพอลิยูรีเทน (Polyurethane Foam): วัสดุที่มีคุณสมบัติการป้องกันความร้อนได้ดีและมีน้ำหนักเบา สามารถฉีดพ่นได้ในบริเวณที่ต้องการ แต่ราคาค่อนข้างสูงและติดตั้งยุ่งยาก

-        ฉนวนใยเซลลูโลส (Cellulose): ทำจากวัสดุธรรมชาติ เช่น กระดาษรีไซเคิล ฉนวนชนิดนี้สามารถป้องกันความร้อนและเสียงได้ดี เหมาะกับคนที่ต้องการวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ฉนวนแบบ Foam

 3. ตรวจสอบคุณสมบัติการกันไฟ

   การเลือกฉนวนกันความร้อนไม่ใช่แค่พิจารณาเพียงประสิทธิภาพในการกันความร้อนเท่านั้น แต่ยังต้องพิจารณาถึงคุณสมบัติการป้องกันไฟด้วย โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนที่อาจทำให้ความเสี่ยงในการเกิดไฟไหม้สูงขึ้น ควรเลือกฉนวนที่มีคุณสมบัติทนไฟหรือไม่ติดไฟ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในกรณีเกิดอุบัติเหตุ

 4. การติดตั้งในพื้นที่ต่าง ๆ

หลังคา: หลังคาเป็นส่วนที่รับความร้อนจากแสงอาทิตย์มากที่สุด การติดตั้งฉนวนกันความร้อนใต้หลังคาจึงเป็นสิ่งสำคัญ ควรเลือกฉนวนที่มีความหนาแน่นสูงและทนทานต่อสภาพอากาศร้อน

ผนัง: ผนังบ้านที่โดนแดดเป็นเวลานานจะสะสมความร้อนไว้ การติดฉนวนกันความร้อนภายในผนังจึงช่วยลดการถ่ายเทความร้อนเข้าสู่ตัวบ้านได้มาก

พื้น: พื้นที่มีช่องระบายอากาศหรือชั้นลอยควรติดตั้งฉนวนเพื่อป้องกันความร้อนจากภายนอก

 5. คำนึงถึงความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

   ในยุคที่ทุกคนหันมาให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ควรพิจารณาเลือกฉนวนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ฉนวนที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิลหรือวัสดุธรรมชาติ ไม่ก่อให้เกิดสารพิษหรือสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ฉนวนประเภทนี้นอกจากจะช่วยป้องกันความร้อนได้ดีแล้ว ยังช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมด้วย

 6. ราคาและความคุ้มค่า

   การเลือกฉนวนกันความร้อนควรพิจารณาถึงราคาและความคุ้มค่า โดยไม่ควรเลือกฉนวนที่ราคาถูกเกินไปเพราะอาจมีประสิทธิภาพต่ำ และในขณะเดียวกันก็ไม่จำเป็นต้องเลือกวัสดุที่แพงเกินไป ควรพิจารณาประสิทธิภาพการกันความร้อน และอายุการใช้งานที่ยาวนาน เพื่อให้ได้รับความคุ้มค่าที่สุด

4
จัดฟันบางนา: การจัดฟันแบบใส ช่วยให้รับประทานอาหารได้อย่างหลากหลายจริงหรือ

ในเรื่องของการรับประทานอาหาร สำหรับผู้ที่เข้ารับการจัดฟันต้องบอกเลยว่าเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่มักพบได้บ่อยเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็นการจัดฟันในรูปแบบใดก็มักจะพบปัญหาระหว่างการรับประทานอาหาร ซึ่งการรับประทานอาหารสำหรับผู้ที่เข้ารับการจัดฟันนั้น ถือว่าเป็นอุปสรรคอย่างหนึ่ง เพราะการที่มีเครื่องมือการจัดฟันอยู่ภายในช่องปากจะทำให้ผู้เข้ารับการจัดฟันนั้นรับประทานอาหารได้ลำบากมากยิ่งขึ้น หรือบางทีการที่มีเครื่องมือการจัดฟันอยู่ภายในช่องปากอาจจะทำให้เกิดแผลภายในช่องปากได้ทำให้รู้สึกไม่อยากอาหารหรือเบื่ออาหาร

เนื่องจากปัญหาที่มาจากสุขภาพช่องปากและฟัน แต่ในปัจจุบันนั้น ได้มีนวัตกรรมการจัดฟันรูปแบบใหม่นั่นก็คือ การจัดฟันแบบใส ที่มีจุดเด่นและข้อดีที่แตกต่างจากการจัดฟันในรูปแบบอื่นนั่นก็คือ เครื่องมือการจัดฟันที่มีความใสและสามารถถอดออกได้ ทำให้ผู้เข้ารับการจัดฟันรู้สึกสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นและทำให้รับประทานอาหารได้อร่อยมากกว่าเดิม และหลากหลายมากขึ้น เพราะเนื่องจากเครื่องมือการจัดฟันแบบใสนั้นสามารถถอดออกได้ขณะรับประทานอาหาร ดังนั้น จึงทำให้ผู้เข้ารับการจัดฟัน สามารถรับประทานอาหารได้อย่างหลากหลาย โดยที่ไม่ต้องคอยกังวลว่าเครื่องมือการจัดฟันจะหลุดออกมาขณะรับประทานอาหาร

ซึ่งหลายคนที่เข้ารับการจัดฟันนั้น มักมีความกังวลในข้อนี้กังวลว่า เครื่องมือจัดฟันอาจจะหลุดขณะรับประทานอาหารและเผลอกลืนเข้าไป ซึ่งอาจทำให้เกิดอันตรายได้และยิ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มอีกด้วยหากเครื่องมือหลุด ซึ่งเครื่องมือการจัดฟันแบบใสจะช่วยให้ผู้เข้ารับการจัดฟันไม่มีปัญหาเกี่ยวกับแผลภายในช่องปาก ซึ่งมีสาเหตุมาจากการเกี่ยวของเครื่องมือการจัดฟัน  นอกจากนี้วิธีการจัดฟันแบบใสยังมีขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อนมากนัก ถึงแม้ว่าการจัดฟันแบบใสนั้น อาจจะใช้หรือเวลานานกว่าการจัดฟันในรูปแบบอื่น เนื่องจากเครื่องมือการจัดฟันสามารถถอดออกได้และยังเป็นเครื่องมือที่ทำให้การเคลื่อนตัวของฟันนั้นเป็นไปอย่างช้าๆ จึงทำให้ต้องจัดฟันนานกว่าปกติ

แต่ถ้าหากพูดถึงความสะดวกสบายแล้วการจัดฟันแบบใสนั้นสามารถตอบโจทย์คนในยุคปัจจุบันได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว สำหรับจุดเด่นของการจัดฟันแบบใสอย่างที่บอกไปตั้งแต่ต้นว่าช่วยทำให้ผู้เข้ารับการจัดฟันสามารถทานอาหารได้อย่างหลากหลายมากยิ่งขึ้นหลายคนสงสัยว่าจริงหรือไม่ที่การจัดฟันแบบใสนั้นทำให้รับประทานอาหารได้อย่างมีความสุขมากขึ้น  หลายคนคงทราบกันดีอยู่แล้วว่า เครื่องมือการจัดฟันแบบใส มีข้อดีมากกว่าเครื่องมือแบบติดแน่น ก็ตรงที่มันมองแทบไม่เห็น โดยที่คนอื่นจะมองไม่ออกเลยว่าคุณกำลังเข้ารับการจัดฟันอยู่ เพราะเครื่องมือทำจากพลาสติกที่มีความใส จึงทำให้การจัดฟันแบบใสนั้น เหมาะกับผู้เข้ารับการรักษาในวัยผู้ใหญ่ หรือคนที่ไม่ชอบสวมใส่เหล็กจัดฟัน หรือผู้เข้ารับการรักษาในบางอาชีพ ที่ไม่อยากให้คนอื่นเห็นเหล็กจัดฟันในปาก เช่น พิธีกร ดารา นักแสดง ที่ต้องใช้บุคลิกภาพในการทำงาน

ทั้งนี้ เครื่องมือการจัดฟันแบบใส ยังสามารถถอดเข้า-ออกได้ จึงทำให้ผู้เข้ารับการจัดฟันนั้น สามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ และข้อดีอีกอย่างหนึ่งก็คือ เครื่องมือการจัดฟันแบบใสมีความดูแลง่าย ไม่ต้องกลัวเครื่องมือจะหลุดขณะรับประทานอาหาร ผู้เข้ารับการจัดฟัน สามารถแปรงฟันได้ตามปกติ  สะอาดทั่วถึง จึงช่วยลดโอกาสที่ฟันจะผุ ช่วยลดโอกาสการเป็นโรคเหงือก เพราะเครื่องมือสามารถถอดได้ขณะทำความสะอาดช่องปากและฟัน  ทั้งยังให้ความรู้สึกอิสระ เพราะจะใส่หรือถอดมันเมื่อไหร่ก็ได้ ต่างจากเครื่องมือติดแน่น แต่ถ้าให้ดีที่สุดคือ ผู้เข้ารับการจัดฟัน ควรสวมใส่เครื่องมือการจัดฟันวันละ 20-22 ชั่วโมงต่อวัน เพื่อผลการรักษาที่ดี ทางคลินิกเราอยากให้ทุกคนหันมาใส่ใจในเรื่องของการดูแลรักษาความสะอาดของสุขภาพช่องปากและฟัน เพื่อที่จะได้มีฟันที่สวยงาม เป็นธรรมชาติและบุคลิกภาพที่ดี

5
วัดพระพุทธแสงธรรมสักการะพระพุทธรูปองค์ใหญ่เชิญชวนใส่ชุดขาว บำเพ็ญภาวนาปฏิบัติธรรมเป็นเนื้อนาบุญในบวรพุทธศาสนา

วัดพระพุทธแสงธรรม วัดนี้มีพระพุทธรูปขนาดใหญ่และสวยงามหลายองค์ รวมทั้งมีวิหารและเจดีย์ที่สวยงามด้วย นอกจากนี้ยังมีสวนสวยและบ่อน้ำที่สวยงามเป็นวัดที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการไปเที่ยวชมวัดที่สวยงามและสงบใส่ชุดขาว ชุดขาวชาย ชุดขาวหญิง ชุดขาวปฏิบัติธรรม มาเที่ยววัดพระพุทธแสงธรรมเป็นวัดที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการไปสักการะพระพุทธรูปและทำบุญ

วัดพระพุทธแสงธรรมตั้งอยู่ท่ามกลางทัศนียภาพอันสวยงามของจังหวัดสระบุรี เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อันเงียบสงบเหมาะสำหรับผู้ที่แสวงหาความสงบและการเติบโตทางจิตวิญญาณผ่านการปฏิบัติธรรม วัดแห่งนี้มักถูกเรียกว่าอัญมณีที่ซ่อนอยู่ ไม่เพียงแต่ให้โอกาสแก่ผู้เยี่ยมชมในการสำรวจวัฒนธรรมพุทธไทยเท่านั้น แต่ยังได้ดื่มด่ำกับประสบการณ์อันล้ำลึกของการปฏิบัติธรรมอีกด้วย

บรรยากาศสงบเหมาะแก่การปฏิบัติธรรม
วัดพระพุทธแสงธรรมขึ้นชื่อในเรื่องสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบ เหมาะแก่การปฏิบัติธรรมและการทำสมาธิ สภาพแวดล้อมที่เงียบสงบผสมผสานกับบรรยากาศศักดิ์สิทธิ์ของวัดช่วยให้ผู้เยี่ยมชมหลีกหนีจากความวุ่นวายในชีวิตประจำวันและกลับมาเชื่อมต่อกับตัวตนภายในของตนเองอีกครั้ง วัดตั้งอยู่บนเนินเขาซึ่งมีทิวทัศน์อันสวยงามตระการตาที่ช่วยเสริมประสบการณ์การทำสมาธิ

การปฏิบัติธรรมและการสอนปฏิบัติธรรม
วัดแห่งนี้จัดปฏิบัติธรรมเป็นประจำ โดยมีพระภิกษุผู้มีประสบการณ์เป็นผู้นำ ซึ่งให้คำแนะนำเกี่ยวกับการทำสมาธิวิปัสสนา การฝึกสติ และหลักธรรม การปฏิบัติธรรมเหล่านี้มีระยะเวลาแตกต่างกันไป ตั้งแต่ช่วงแนะนำเบื้องต้น 1 วันไปจนถึงช่วงปฏิบัติธรรมแบบเข้มข้น 1 สัปดาห์ ผู้เข้าร่วมได้รับการสนับสนุนให้นิ่งสงบ ฝึกสติในทุกกิจกรรม และไตร่ตรองคำสอนของพุทธศาสนา

โครงสร้างศักดิ์สิทธิ์และความสำคัญทางจิตวิญญาณ
วัดพระพุทธแสงธรรมเป็นที่ประดิษฐานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ มากมาย เช่น พระพุทธรูปองค์ใหญ่ ศาลาสวดมนต์ และเจดีย์ พระพุทธรูปองค์ประธานมีรัศมีส่องสว่าง สื่อถึงการตรัสรู้และความสงบ ผู้มาเยี่ยมชมจำนวนมากมาสักการะ ทำบุญ สวดมนต์ และนั่งสมาธิต่อหน้าพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์องค์นี้ สถาปัตยกรรมของวัดสะท้อนถึงงานฝีมือไทยแบบดั้งเดิม ทำให้เป็นสถานที่สำคัญทางจิตวิญญาณและวัฒนธรรม

การดำเนินตามแนวทางปฏิบัติทางพุทธศาสนา
วัดแห่งนี้เปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจได้ศึกษาพระพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้นได้เข้าร่วมพิธีตักบาตร สวดมนต์ และฟังธรรมเทศนา ผู้เยี่ยมชมสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับปรัชญาของพุทธศาสนา การฝึกสติ และการนำธรรมะมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน พระสงฆ์ที่วัดนี้เข้าถึงได้ง่ายและมักจะสนทนากับผู้เยี่ยมชมเพื่อให้เข้าใจถึงการใช้ชีวิตอย่างมีสติและสงบสุข

เหมาะสำหรับทั้งผู้แสวงหาจิตวิญญาณและนักท่องเที่ยว
วัดพระพุทธแสงธรรมเป็นสถานที่ที่ต้องไปเยี่ยมชมสำหรับทั้งผู้แสวงหาทางจิตวิญญาณและนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสประเพณีพุทธศาสนาไทยในสถานที่ที่แท้จริง การผสมผสานระหว่างความงามตามธรรมชาติ ความสงบทางจิตวิญญาณ และความอุดมสมบูรณ์ทางวัฒนธรรมทำให้วัดแห่งนี้เป็นจุดหมายปลายทางที่ไม่เหมือนใครในจังหวัดสระบุรี ไม่ว่าคุณจะต้องการฝึกสมาธิ รับความรู้เกี่ยวกับคำสอนของพุทธศาสนา หรือเพียงแค่เพลิดเพลินไปกับสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบ วัดแห่งนี้มอบประสบการณ์ที่เติมเต็มและสมบูรณ์แบบให้กับคุณ

วิธีการเดินทาง
วัดพระพุทธแสงธรรมสามารถเดินทางมาได้สะดวกจากตัวเมืองสระบุรี นักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการขนส่งสาธารณะหรือขับรถมาวัดซึ่งอยู่บริเวณชานเมืองได้ การเดินทางนั้นง่ายมาก เพียงขับรถผ่านป่าเขียวขจีและเนินเขาสลับซับซ้อน ซึ่งจะทำให้บรรยากาศการมาเยือนที่นี่เงียบสงบยิ่งขึ้น

วัดพระพุทธแสงธรรมเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปฏิบัติธรรมและนั่งสมาธิ ด้วยที่ตั้งอันเงียบสงบ บรรยากาศทางจิตวิญญาณ และโอกาสในการเรียนรู้ จึงเป็นสถานที่พักผ่อนที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ที่แสวงหาความสงบภายในและการมีสติ ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ปฏิบัติธรรมหรือเพียงแค่สนใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมและจิตวิญญาณของไทย การไปเยี่ยมชมวัดแห่งนี้จะทำให้คุณรู้สึกสงบและสดชื่นขึ้น สัมผัสความสงบ ณ วัดพระพุทธแสงธรรม และค้นพบภูมิปัญญาธรรมอันเหนือกาลเวลา ณ ใจกลางจังหวัดสระบุรี

6
บ้านโครงการใหม่ 2025: เศรษฐสิริ พหลโยธิน-สายไหม (Setthasiri Phaholyothin-Saimai)
เริ่มต้น 12 ลบ. - 25 ลบ.

เศรษฐสิริ พหลโยธิน-สายไหม (Setthasiri Phaholyothin-Saimai)
เศรษฐสิริ พหลโยธิน - สายไหม ดีไซน์แห่งความภาคภูมิ พบการใช้ชีวิตสมบูรณ์แบบบนทำเลเมืองที่รองรับไลฟ์สไตล์ของคุณ กับเศรษฐสิริ พหลโยธิน - สายไหม บ้านเดี่ยวสไตล์ Modern Classic ที่สง่างามเหนือกาลเวลา คงคุณค่าในแบบ Timeless Design ท่ามกลางสังคมคุณภาพ สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน พร้อมนวัตกรรมการอยู่อาศัย Smart innovation living จากแสนสิริ

รายละเอียดโครงการ
 ชื่อโครงการ             เศรษฐสิริ พหลโยธิน-สายไหม (Setthasiri Phaholyothin-Saimai)
 เจ้าของโครงการ        แสนสิริ
 แบรนด์ย่อย              เศรษฐสิริ
 ราคา                     เริ่มต้น 12 ลบ. - 25 ลบ.
 ประเภทบ้าน             บ้านเดี่ยว
 ลักษณะทำเล           บ้านใกล้เมือง
 พื้นที่โครงการ          โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 จำนวนบ้าน             โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 แบบบ้านทั้งหมด       1 แบบ
  เนื้อที่บ้าน             โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 พื้นที่ใช้สอย            โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 จำนวนชั้น              2 ชั้น
 หน้ากว้าง              โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 จำนวนห้องนอน       โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 จำนวนที่จอดรถ        โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 สาธารณูปโภค

สถานที่ใกล้เคียง
 โซน       เกษตร-นวมินทร์, รามอินทรา, สายไหม
 ที่ตั้ง       ถนนสายไหม แขวงสายไหม เขตสายไหม กทม. 10220

 ขนส่งสาธารณะ    ใกล้ถนนสายหลัก (ถนนสายไหม ถนนหทัยราษฎร์ ถนนพหลโยธิน)

 สถานที่สำคัญใกล้เคียง

ไลฟ์สไตล์
ปตท.สายไหม 500 เมตร
ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต 13 กม.
แฟชั่นไอส์แลนด์ 16 กม.
เซ็นทรัลอีสต์วิลล์ 17 กม.
เซ็นทรัลลาดพร้าว 19 กม.

สถานศึกษา
โรงเรียนสาธิตพัฒนา 10 กม.
โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 15 กม.
โรงเรียนเลิศหล้า 17 กม.
โรงเรียนนานาชาติ ฮาร์โรว์ 18 กม.

โรงพยาบาล
โรงพยาบาล สินแพทย์ 2.5 กม.
โรงพยาบาลเปาโล รังสิต 13 กม.
โรงพยาบาลวิภาวดี 17 กม.

7
วิธีการให้ยาทางสายยางให้อาหารสายยาง !

ผู้ป่วยที่ไม่สามารถรับประทานอาหารเองได้ บางครั้งก็ต้องรับยาเพื่อรักษาหรือบรรเทาอาหารเจ็บป่วย หลายคนสงสัยว่า เมื่อผู้ป่วยรับประทานอาหารเองไม่ได้ หรือผู้ป่วยที่ไม่รู้สึกตัว จะสามารถรับประทานยาได้ด้วยวิธีใด ซึ่งการรับประทานยานั้น สามารถให้ยาทางสายยางให้อาหารได้เลย ซึ่งในการให้ยาทางสายยางนั้นจะต้องมีแพทย์เป็นผู้ดูแลในเรื่องของการให้ยาแก่ผู้ป่วย ผู้ป่วยที่ไม่สามารุรับประทานอาหารเองได้จะต้องได้รับสารอาหารที่พียงพอต่อร่างกายและยาที่ต้องรับเพื่อรักษาอาการป่วย

สำหรับการให้ยาทางสายยางให้อาหารนั้นมักจะพบปัญหาได้บ่อย ไม่ว่าจะเป็น การอุดตันของสายยางให้อาหาร เมื่อให้ อาหารสายยาง การเกิดพิษจากยา ประสิทธิภาพของยาลดลง หรือทำให้การดูดซึมของยาลดลง การเกิดปฏิกิริยาระหว่างยากับอาหาร ผู้ป่วยรู้สึกไม่สบาย รวมถึงการเกิดความเสี่ยงในการติดเชื้อได้ ซึ่งปัญหาเหล่านี้สามารถพบได้ในการให้ยาทางสายยางให้อาหาร จึงต้องมีการปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง เพราะถ้าเกิดข้อผิดพลาด หรือยาอาจจะไม่ดูดซึมอาจจะทำให้ผู้ป่วยเกิดอันตรายได้ เพราะยาบางชนิดผู้ป่วยจะต้องรับประทานอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ผู้ดุแลหรือแพทย์ควรสังเกตอาการของผู้ป่วยหลังจากที่ได้รับยาด้วย เพื่อป้องกันการเกิดสิ่งผิดปกติ หรือยาที่ให้ไปอาจจะมีประสิทธิภาพที่ลดลงได้ ถ้าเกิดความผิดปกติควรปรึกษาแพทย์ เพื่อทำการเปลี่ยนวิธีการบริหารยา ให้ผู้ป่วยได้รับยาอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

ถ้าหากมีการสั่งให้ยาผ่านทางสายยางให้อาหาร ควรจะพิจารณาถึงความจำเป็นและเป้าหมายของการรักษาด้วย เพราะเนื่องจากยาบางชนิดสามารถหยุดให้ชั่วคราวได้ โดยไม่มีผลร้ายแรงต่อการรักษาหรือกับร่างกายผู้ป่วย ผู้ดูแลหรือแพทย์ควรพิจารณาว่าสามารถบริหารยาได้โดยวิธีอื่นได้หรือไม่ เช่น การฉีด สูดพ่น และข้อที่สำคัญที่สุดคือ ควรพิจารณายาในรูปแบบด้วย เพราะยาเม็ดบางชนิดห้ามบดหรือทำให้เม็ดยาแตก ยาบางชนิดถูกออกแบบให้ผ่านกระเพาะอาหารไปปลดปล่อยและดูดซึมในลำไส้เพื่อป้องกันการระคายเคืองกระเพาะอาหาร ทั้งยังเป็นการป้องกันการถูกทำลายด้วยกรดในกระเพาะอาหารด้วย และเพื่อป้องกันการเกิดการอุดตันของสายยางให้อาหารด้วย ผู้ดูแลจะต้องมีความรู้ ความเชี่ยวชาญในการบริหารยาทางสายยางให้อาหาร จะต้องทราบถึงวิธีการให้ยาแก่ผู้ป่วยที่จะทำให้ผู้ป่วยสามารถรับยาได้อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพ ควรพิจารณาถึงผลข้างเคียงในหลายๆเรื่อง เพราะการให้อาหารหรือยาทางสายยางให้อาหารควรจะต้องมีความระมัดระวังในเรื่องของความสะอาดด้วย เพราะอาจจะทำให้ผู้ป่วยเกิดการติดเชื้อได้ เรื่องความสะอาดถือเป็นเรื่องที่สำคัญมากในการให้อาหารทางสายยาง

อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่จำเป็นตองใช้ยาเม็ดผ่านทางสายให้อาหาร ผู้ดูแลควรพิจารณาว่ายาสามารถบดได้หรือไม่โดยยาแต่ละชนิดมีความแตกต่างกัน เช่น simple compressed tablet เป็นยาเม็ดที่ไม่มีการเคลือบ ยาเม็ดเคลือบน้ำตาลหรือเคลือบฟิล์ม มักมีวัตถุประสงค์เพื่อกลบรสขมของยา สามารถบดเป็นผงได้ sublingual tablet (ยาใช้อมใต้ลิ้น) การบดเม็ดยาและให้ทางสายอาหารจะทำให้ ประสิทธิภาพหรือฤทธิ์ของยาลดลง จึงควรให้อมใต้ลิ้นไม่ตองบดให้ทางสายให้อาหาร enteric-coated tablet เป็นรูปแบบยาที่ต้องการให้เกิดการดูดซึมที่ลำไส้เล็กหรือป้องกันกรดในกระเพาะอาหารทำลายยา

การบดเม็ดยาจะทำลายคุณสมบัติเหล่านี้ ในกรณีที่จำเป็นอาจจะบดเม็ดยาได้ แต่ยาบางชนิดอาจจะทำให้เกิดการระคายเคืองกระเพาะอาหาร และรูปแบบสุดท้าย extended-released tablet การบดเม็ดยาทำให้คุณสมบัติในการปลดปล่อยตัวยาเสียไป และอาจจะทำให้เกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายได้ การให้ยาทางสายยางให้อาหาร ก็ยังมีข้อจำกัดด้วย คือ ห้ามผสมยารวมกับอาหาร ควรหยุดการให้อาหารขณะให้ยา สําหรับ continuous feeding ควรเลือกรูปแบบยาน้ำก่อน และผู้ดูแลจะต้องเตรียมยาตามความเหมาะสมกับรูปแบบของยา นอกจากนี้ควรบดยาให้เป็นผงละเอียดและกระจายผงยาในน้ำก่อนใส่ในสายยาง ข้อแนะนำข้างต้นนี้ ผู้ดุแลจะต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยและป้องกันการเกิดอันตรายในการรับยาของผู้ป่วย

8
จัดฟันบางนา: วิธีป้องกัน รากฟันเทียมอักเสบ !

การรักษาด้วยการผ่าตัดฝังรากฟันเทียมนั้น เป็นการรักษาที่ได้รับึวามนิยมมากในปัจจุบัน เนื่องจากการใส่ฟันปลอม เพื่อทดแทนการสูญเสียฟัน เริ่มจะไม่เป็นที่นิยมแล้วในปัจจุบัน เพราะมีข้อบกพร่องอยู่หลายประการ ซึ่งยังไม่ตอบโจทย์มากนักในการใช้ชีวิตในสมัยนี้ ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุย การรับประทานอาหาร ก็จะเกิดปัญหาตลอดเมื่อต้องใส่ฟันปลอม การฝังรากฟันเทียมจึงเป็นการทดแทนฟันที่ตอบโจทย์มากกว่า

เพราะเป็นการฝังรากฟันเทียมเข้าไปในช่องปาก ทำให้รู้สึกเป็นธรรมชาติมากกว่าการใส่ฟันปลอม ซึ่งอาจจะทำให้หลุด หรือพูดไม่ชัด ส่งผลให้เสียบุคลิกภาพ และทำให้เป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิตประจำวันได้

สำหรับการรักษาด้วยการฝังรากฟันเทียม ในแต่ละกรณีอาจจะพบปัญหาที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับบุคคล บางครั้งอาจจะเกิดอาการเจ็บปวด เนื่องจากอุปกรณ์ของการรักษาที่ติดตั้งอยู่ภายในช่องปาก และทำให้เกิดการอักเสบได้ในที่สุด ผู้ที่เข้ารับการรักษาด้วยการผ่าตัดฝังรากฟันเทียมจะต้องดูแลรักษาความสะอาดให้มากเป็นพิเศษ ทำตามคำแนะนำของทันตแพทย์ เพื่อผลการรักษาที่มีประสิทธิภาพ หากผู้เข้ารับการรักษาละเลยการดูแลรักษาความสะอาด ก็อาจจะทำให้เกิดอาการรากฟันเทียมอักเสบบริเวณเหงือกและบริเวณรอบๆของรากฟันเทียม ซึ่งอาจจะทำให้อกิดการติดเชื้อตามมาได้ จะทำให้การรักษายุ่งยากเข้าไปอีก

ดังนั้นผู้ที่เข้ารับการรักษาด้วยการฝังรากฟันเทียมจะต้องเอาใจใส่ช่องปากมากเป็นพิเศษ ด้วยการเลี่ยงการขบเคี้ยวแรงๆ ควรเลือกรับประทานอาหารที่อ่อนๆ เพื่อลกแรงบดเคี้ยวที่จะทำให้ส่งผลต่อรากฟันเทียมและบาดแผล รวมไปถึงการหลีกเลี่ยงอาหารที่ร้อนจัดหรือเย็นจัด เพราะจะทำให้แผลหายช้า นอกจากนี้การไม่ระวังในการใช้งานของฟัน ก็ส่งผลให้เกิดการอักเสบได้ เช่นการเปิดฝาขวดด้วยน้ำอัดลม ซึ่งจะทำให้รากฟันเทียมเกิดการกระทบกระเทือน หรืออาจะทำให้รากฟันเทียมหลุดได้ ซึ่งหากรากฟันเทียมหลุด จะทำการแก้ไขได้ยาก ทันตแพทย์จะแนะนำให้ทำการฝังรากฟันเทียมใหม่อีกครั้ง เพราะรากฟันเทียมที่ทำชำรุดไม่สามารถใช้งานได้แล้ว

และอีกข้อห้ามที่สำคัญสำหรับการฝังรากฟันเทียม คือการสูบบุหรี่และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยการสูบบุหรี่ส่งผลเสียต่อสุขภาพช่องปากอยู่แล้ว ข้อนี้หลายคนคงทราบกันดี เพราะจะทำให้เหงือกเกิดการอักเสบ เกิดภาวะเหงือกร่นได้ ทำให้กระดูกขากรรไกรไม่แข็งแรง ซึ่งจะทำให้ผลการรักษาเกิดความล้มเหลวได้

สำหรับเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ผู้เข้ารับการรักษาควรจะงดตั้งแต่ก่อนทำ ไปจนถึงขั้นตอนการดูแลหลังการรักษา เพราะแอลกอฮอล์จะส่งผลให้บาดแผลจากการผ่าตัดหายช้า และยังทำให้เลือดไหลไม่หยุดอีกด้วย โดยจะส่งผลโดยตรงต่อบาดแผล เพราะฉะนั้น การที่รากฟันเทียมเกิดการอักเสบ จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อผู้เข้ารับการรักษาไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำของทันตแพทย์นั่นเอง

9
บ้านติดรถไฟฟ้า เซนโทร วิภาวดี - รังสิต (Centro Vibhavadi - Rangsit)
เริ่มต้น 7.29 ลบ. - 12 ลบ. 

เซนโทร วิภาวดี - รังสิต (Centro Vibhavadi - Rangsit)
บ้านเดี่ยวกับแนวคิดโครงการ The Prime Touch of Timeless Living ด้วยการออกแบบที่มีความเรียบง่ายและฟังก์ชันต่างๆ ที่จะเข้ามาตอบโจทย์ให้แก่ผู้อยู่อาศัย เดินทางง่าย สะดวก ติดถนนใหญ่ ใกล้รถไฟฟ้าสายสีแดง และยังใกล้กับสถานที่สำคัญต่างๆ อีกมากมาย

รายละเอียดโครงการ
 ชื่อโครงการ                 เซนโทร วิภาวดี - รังสิต (Centro Vibhavadi - Rangsit)
 เจ้าของโครงการ            เอพี (ไทยแลนด์)
 แบรนด์ย่อย                 เซนโทร
 ราคา                         เริ่มต้น 7.29 ลบ. - 12 ลบ.

 ประเภทบ้าน                บ้านเดี่ยว
 ลักษณะทำเล               บ้านใกล้เมือง
 พื้นที่โครงการ             50 ไร่ 1 งาน 54 ตร.ว.
 จำนวนบ้าน                232 หลัง
 แบบบ้านทั้งหมด         โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
  เนื้อที่บ้าน                โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 พื้นที่ใช้สอย               ตั้งแต่ 173 ถึง 225 ตร.ม.
 จำนวนชั้น                 2 ชั้น
 หน้ากว้าง                 โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 จำนวนห้องนอน          โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 จำนวนที่จอดรถ         โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 สาธารณูปโภค           สวนสาธารณะ, คลับเฮาส์, สระว่ายน้ำ, ฟิตเนส, รปภ., CCTV, สนามเด็กเล่น, Co-working space

สถานที่ใกล้เคียง
 โซน           ปทุมธานี, คลองหลวง, ธัญบุรี, ลำลูกกา
 ที่ตั้ง          ตำบลบางพูล อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี

 ขนส่งสาธารณะ
ใกล้รถไฟฟ้า, รถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม, สถานี(บางซื่อ - รังสิต)(รังสิต)
ใกล้ทางด่วน (โทลล์เวย์ดอนเมือง, ทางพิเศษอุดรรัถยา)
ขนส่งอื่นๆ สนามบินดอนเมือง

 สถานที่สำคัญใกล้เคียง
ศูนย์การค้า/ไลฟ์สไตล์
1.ตลาดรังสิต 2.9 กม.
2.เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รังสิต 3.2 กม.
3.Future Park Rangsit & Zpell 3.6 กม.
4.แม็คโคร รังสิต 4.9 กม.
5.เซียร์ รังสิต 5.3 กม.

สถานศึกษา
1.โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยรังสิต 1.7 กม.
2.มหาวิทยาลัยรังสิต 2.6 กม.
3.โรงเรียนสายปัญญารังสิต 4.2 กม.
4.มหาวิทยาลัยกรุงเทพ 8.9 กม.
5.โรงเรียนพระหฤทัยดอนเมือง 9.1 กม.

โรงพยาบาล
1.โรงพยาบาลเปาโล รังสิต 3.7 กม.
2.โรงพยาบาลบางปะกอก-รังสิต 2 7.4 กม.

10
ตรวจอาการเบื้องต้นด้วยตนเอง: ไส้ติ่งอักเสบ (Appendicitis)

ไส้ติ่งอักเสบ (Appendicitis) คือการอักเสบของไส้ติ่งที่อยู่บริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนต้น โดยตำแหน่งจะตรงกับท้องด้านล่างขวา เมื่อไส้ติ่งอักเสบอาจทำให้รู้สึกปวดบริเวณดังกล่าวอย่างเฉียบพลัน อาการปวดจะรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ และหากไส้ติ่งที่อักเสบแตกอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

ไส้ติ่งอักเสบเป็นโรคที่พบได้บ่อย เกิดได้กับทุกเพศทุกวัย นับเป็นอาการที่เกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันและอันตราย ผู้ป่วยต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีด้วยการผ่าตัด เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะไส้ติ่งแตก

อาการของโรคไส้ติ่งอักเสบ

ไส้ติ่งอักเสบมักเป็นอาการที่เกิดขึ้นได้อย่างเฉียบพลัน มักเป็นมากขึ้นและอาการแย่ลงภายใน 24 ชั่วโมง โดยอาการของภาวะไส้ติ่งอักเสบที่พบได้ทั่วไป คือ

    มีอาการปวดอย่างเฉียบพลันที่บริเวณรอบสะดือ ต่อมาย้ายไปปวดที่ท้องน้อยด้านล่างขวาเนื่องจากการอักเสบที่ลุกลามมากขึ้น
    มีอาการปวดมากขึ้นขณะที่ไอ จาม เดิน ขยับตัว หรือกดบริเวณท้อง
    คลื่นไส้ อาเจียน
    เบื่ออาหาร
    มีไข้ต่ำ ๆ ระหว่าง 37.2–38 องศาเซลเซียส
    ท้องเสีย ท้องผูก ท้องอืด และไม่ผายลมร่วมด้วย
    ปัสสาวะบ่อยขึ้น เนื่องจากการอักเสบที่มากขึ้นของไส้ติ่งไปกระตุ้นท่อไตของระบบทางเดินปัสสาวะที่อยู่ใกล้กัน

ในกลุ่มผู้ป่วยที่เป็นสตรีมีครรภ์จะมีอาการปวดบริเวณหน้าท้องส่วนบนด้านขวาแทน เนื่องจากอวัยวะต่าง ๆ ถูกดันให้สูงขึ้นเพื่อรองรับการขยายตัวของมดลูก ไส้ติ่งของสตรีมีครรภ์จึงจะเคลื่อนไปอยู่ที่บริเวณหน้าท้องส่วนบน นอกจากนี้ อาจมีอาการปวดบีบที่ท้อง มีแก๊สในกระเพาะอาหาร แสบร้อนที่กลางอก และอาจพบอาการท้องเสียหรือท้องผูกควบคู่กัน

ผู้ที่มีอาการข้างต้นเกิดขึ้นควรรีบไปพบแพทย์ เนื่องจากไส้ติ่งที่อักเสบสามารถแตกได้ภายใน 48–72 ชั่วโมง โดยเฉพาะเมื่อรู้สึกปวดลามไปทั่วท้อง และมีไข้สูง 40 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นสัญญาณว่าไส้ติ่งแตก และควรได้รับการผ่าตัดอย่างเร่งด่วน

ในบางกรณี ผู้ป่วยอาจมีอาการไส้ติ่งอักเสบเรื้อรัง ซึ่งพบได้น้อยกว่าไส้ติ่งอักเสบเฉียบพลันและยังวินิจฉัยได้ยาก ส่วนใหญ่จะทราบเมื่อมีอาการไส้ติ่งอักเสบเฉียบพลันเกิดขึ้นก่อน โดยอาการจะคล้ายไส้ติ่งอักเสบเฉียบพลัน แต่อาการไม่รุนแรงมากและไม่หายขาด บางรายอาจมีอาการนานหลายสัปดาห์ หลายเดือน หรือหลายปี


สาเหตุของโรคไส้ติ่งอักเสบ

ภาวะการอักเสบในไส้ติ่งอาจเกิดจากการอุดตันภายในไส้ติ่งเอง โดยสิ่งที่ไปอุดตันอาจเป็นได้ทั้งเศษอุจจาระขนาดเล็กที่แข็งตัว สิ่งแปลกปลอม หรืออาจเป็นก้อนเนื้อมะเร็ง ทำให้ไส้ติ่งเกิดการติดเชื้อและบวมขึ้น 

บางครั้งอาจเกิดจากการติดเชื้อในทางเดินอาหารจากไวรัส แบคทีเรีย หรือปรสิต หรือเป็นการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนบนที่ส่งผลให้ต่อมน้ำเหลืองภายในผนังลำไส้บวมขึ้นจนไปปิดกั้นไส้ติ่ง ทำให้ไส้ติ่งอักเสบในที่สุด

ไส้ติ่งอักเสบเกิดขึ้นได้ทุกเพศทุกวัย แต่พบได้บ่อยในคนอายุตั้งแต่ 10–30 ปี และอาจพบในกลุ่มเด็กที่มีอายุ 5 ปีขึ้นไปด้วย โดยพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง และผู้ที่มีคนในครอบครัวมีประวัติไส้ติ่งอักเสบมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้ได้สูงกว่าคนทั่วไป

การวินิจฉัยโรคไส้ติ่งอักเสบ

การวินิจฉัยอาการไส้ติ่งอักเสบค่อนข้างเป็นไปได้ยาก เนื่องจากอาการของไส้ติ่งอักเสบคล้ายกับโรคอื่น ๆ เช่น ปัญหาถุงน้ำดี การติดเชื้อที่ระบบทางเดินปัสสาวะ โรคลำไส้อักเสบโครห์น โรคกระเพาะอาหารอักเสบ การติดเชื้อในลำไส้ ปัญหารังไข่ และโรคลำไส้แปรปรวนอย่างรุนแรง

แพทย์จะมีการซักถามอาการและระยะเวลาที่เป็น จากนั้นจะตรวจร่างกายโดยกดเบา ๆ บริเวณท้องของผู้ป่วย ตรวจทวารหนักหรือหากเป็นผู้ป่วยหญิงจะตรวจอุ้งเชิงกราน และอาจมีการตรวจด้วยวิธีอื่นตามความเหมาะสม เพื่อระบุอาการให้แน่ชัดขึ้น เช่น

    การตรวจเลือด เพื่อหาสัญญาณของการติดเชื้อ
    การตรวจปัสสาวะ ซึ่งอาจทำให้ตรวจพบโรคระบบทางเดินปัสสาวะหรือนิ่วในไตที่อาจเป็นสาเหตุของไส้ติ่งอักเสบ
    การเอกซเรย์ช่องท้อง อัลตราซาวด์ (Ultrasound) การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) และการตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI)

เมื่อระบุได้แล้วว่าเป็นภาวะไส้ติ่งอักเสบ แพทย์จะแนะนำให้เข้ารับการผ่าตัดโดยเร็วที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะไส้ติ่งแตก และอาการข้างเคียงต่าง ๆ ที่เป็นอันตรายต่อตัวผู้ป่วยเอง หากผ่าตัดแล้วแพทย์พบว่าไส้ติ่งที่ตัดออกมีความผิดปกติ อาจมีการส่งตรวจเพิ่มเติมด้วยเช่นกัน


การรักษาโรคไส้ติ่งอักเสบ

ไส้ติ่งอักเสบรักษาได้ด้วยการผ่าตัด โดยวิธีผ่าตัดที่นิยมใช้ในปัจจุบันคือการผ่าตัดแบบส่องกล้อง (Laparoscopic surgery) เพราะเป็นการผ่าตัดเล็ก สามารถกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้ทันที เหมาะกับกรณีที่ไส้ติ่งอักเสบยังอยู่ในระยะไม่ร้ายแรงนัก

หากอาการรุนแรงถึงขั้นไส้ติ่งแตกจำเป็นต้องใช้การผ่าตัดแบบเปิด (Open Surgery) ที่เป็นการผ่าตัดแบบมาตรฐาน เพื่อนำไส้ติ่งที่แตกออก ทำความสะอาดภายในช่องท้อง และใส่ท่อเพื่อระบายหนองจากฝีที่เกิดขึ้น

ผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดแบบส่องกล้องจะกลับมาเป็นปกติภายในไม่กี่วันหลังจากผ่าตัด แต่หากเข้ารับการผ่าตัดแบบเปิด ผู้ป่วยต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเพื่อดูอาการที่อาจนานประมาณ 1 สัปดาห์ และรับประทานยาปฏิชีวนะตามที่แพทย์สั่ง รวมถึงควรหลีกเลี่ยงการยกของหนักหรือทำกิจกรรมที่ต้องใช้แรงมากหลังการผ่าตัดประมาณ 4–6 สัปดาห์

แพทย์อาจสั่งยาเพื่อบรรเทาอาการท้องผูกหลังผ่าตัด หรือแนะนำให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูงเพื่อช่วยในการขับถ่าย หากผู้ป่วยมีไข้สูง อาเจียนอย่างรุนแรง เจ็บที่บริเวณแผลผ่าตัด หรือบริเวณแผลผ่าตัดมีลักษณะที่ผิดปกติ เช่น จับแผลแล้วรู้สึกร้อน แผลบวมแดง ควรรีบไปพบแพทย์ เพราะอาจเป็นสัญญาณของอาการติดเชื้อที่แผลผ่าตัด


ภาวะแทรกซ้อนของโรคไส้ติ่งอักเสบ

ภาวะแทรกซ้อนของไส้ติ่งอักเสบจะเกิดขึ้นเมื่อผู้ป่วยไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีจนทำให้เกิดภาวะไส้ติ่งแตก ส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นอาการที่เกิดจากเชื้อโรคที่แพร่กระจายจากไส้ติ่งที่แตก เช่น


เยื่อบุช่องท้องอักเสบ

เมื่อไส้ติ่งที่อักเสบแตก เชื้อโรคจะแพร่กระจายไปยังเนื้อเยื่อที่อยู่ข้างเคียง และก่อให้เกิดการอักเสบของเนื้อเยื่อภายในช่องท้อง ผู้ป่วยจะมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรงตลอดเวลา มีไข้สูง หัวใจเต้นเร็ว หายใจถี่ และมีอาการบวมบริเวณหน้าท้อง หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต โดยแพทย์จะมีการใช้ยาปฏิชีวนะและผ่าตัดเพื่อนำไส้ติ่งที่แตกออก


ฝีในช่องท้อง

ผู้ป่วยบางรายที่มีภาวะไส้ติ่งแตกอาจมีฝีเกิดขึ้นภายในช่องท้อง ซึ่งเป็นหนึ่งในกระบวนการต่อสู้เชื้อโรคของร่างกาย โดยป้องกันไม่ให้การติดเชื้อแพร่กระจายไปสู่อวัยวะใกล้เคียง ผู้ที่มีฝีในช่องท้องต้องรักษาด้วยการต่อท่อระบายหนองออกจากฝีประมาณ 2 สัปดาห์ ร่วมกับการใช้ยาปฏิชีวนะเพื่อรักษาอาการติดเชื้อ


การป้องกันโรคไส้ติ่งอักเสบ

ไส้ติ่งอักเสบไม่สามารถป้องกันได้ เนื่องจากเป็นอาการที่มักเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันโดยหาสาเหตุแน่ชัดไม่ได้ แต่การรับประทานผักผลไม้ที่มีไฟเบอร์สูงอาจช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดไส้ติ่งอักเสบได้ และหากพบว่ามีอาการติดเชื้อหรือการอักเสบที่ลำไส้ ควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อป้องกันการอักเสบนั้นอาจลุกลามไปถึงไส้ติ่ง

11
รถยนต์ไฟฟ้า MG 4 ส่ง Long Range (D) ราคาพิเศษเพียง 719,900 บาท เสริมทัพด้วยความจุแบตเตอรี่ใหม่ ขับได้ไกลขึ้น ถึง 31 มี.ค. นี้

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ไปอีกขั้น ด้วยการเสริมทัพเติมทางเลือกยนตรกรรมในกลุ่มอีวี เปิดตัว NEW MG4 LONG RANGE รุ่น D เพื่อต่อยอดความสำเร็จของ NEW MG4 ที่ได้รับการยอมรับในฐานะโกลบอลอีวี การันตีด้วยรางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปีทั้งในและต่างประเทศ NEW MG4 LONG RANGE รุ่น D มาพร้อมกับจุดเด่นของการเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่สามารถวิ่งได้ไกลที่สุดในคลาสเดียวกัน ด้วยแบตเตอรี่ขนาดความจุ 64 kWh (NMC) ที่สามารถวิ่งได้ไกลสูงสุดถึง 540 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC และรองรับการชาร์จแบบเร็ว Quick Charge ด้วยความเร็วสูงสุดที่ 140 kW พร้อมทั้งยังมีดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยวเป็นเอกลักษณ์ ความสนุกในการขับขี่และระบบความปลอดภัยที่ครบครัน มุ่งตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่มองหารถยนต์ไฟฟ้าที่มอบทั้งประสิทธิภาพการขับขี่เอาไว้ในคันเดียว พร้อมให้คนไทยเป็นเจ้าของได้ง่ายแบบสบายกระเป๋าด้วยราคาพิเศษเพียง 719,900 บาท จากราคาปกติ 769,900 บาท ทั้งยังเป็นแบรนด์แรกและแบรนด์เดียวที่กล้าการันตีความมั่นใจด้วย LIFETIME WARRANTY ที่รับประกันคุณภาพ ตลอดอายุการใช้งาน แบบไม่จำกัดปี ไม่จำกัดระยะทาง ของแบตเตอรี่ พร้อมทั้งชุดมอเตอร์และชุดควบคุมขับเคลื่อน โดย เอ็มจี พร้อมทยอยส่งมอบรถ NEW MG4 LONG RANGE รุ่น D ให้แก่ลูกค้าตั้งแต่เดือนมีนาคม 2568 เป็นต้นไป 

สัมผัสประสบการณ์การเดินทางที่ขับสนุกอย่างไร้ขีดจำกัด กับ NEW MG4 LONG RANGE รุ่น D ที่มอบทั้งความมั่นใจและความสะดวกสบายในทุกเส้นทาง
NEW MG4 เป็นรถแฮทช์แบ็คไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อหลังของ เอ็มจี โดยถือเป็นโกลบอลอีวีรุ่นแรกที่พัฒนาขึ้นบน NEBULA PURE ELECTRIC PLATFORM ซึ่งออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับรถอีวี มาพร้อมคอนเซ็ปต์ ICON นิยามของการเป็นต้นแบบและมาตรฐานใหม่ของรถอีวีที่ขับสนุก ด้วยจุดเด่นที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น การกระจายน้ำหนักแบบสมมาตร 50:50 ตัวถังที่มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ (Low Centre of Gravity) ช่วงล่างด้านหน้า แบบอิสระแมคเฟอร์สันสตรัท และด้านหลังแบบอิสระ 5-Link Suspension ซึ่งทำให้รถรุ่นนี้มีสมรรถนะการขับขี่และการควบคุมที่ดีเยี่ยม เหนือกว่าด้วยระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (DYNAMIC REAR WHEEL DRIVE) พร้อมกับระบบความปลอดภัยมาตรฐาน ADVANCED SYNCHRONIZED PROTECTION SYSTEM 26 ระบบ โดย เอ็มจี ได้ต่อยอดความสำเร็จของของยนตรกรรมรุ่นนี้ และเพิ่มทางเลือกให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค ด้วยการเปิดตัว NEW MG4 LONG RANGE รุ่น D ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งรุ่นของ NEW MG4 ที่พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้นในทุกมิติ ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้พละกำลังสูงสุด 170 แรงม้าและแรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร พร้อมแบตเตอรี่ Rubik’s Cube Battery ขนาดความจุ 64 kWh (NMC) ที่สามารถวิ่งได้ไกลที่สุดในคลาสเดียวกัน ด้วยระยะทางสูงสุดถึง 540 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC และรองรับการชาร์จแบบเร็ว Quick Charge ชาร์จไฟฟ้าจาก 10% - 80% ใช้เวลาเพียง 26 นาที ด้วยความเร็วสูงสุดที่ 140 kW (ความเร็วในการชาร์จขึ้นอยู่กับระดับแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่ และกำลังไฟของสถานีชาร์จนั้น ๆ)
 
NEW MG4 LONG RANGE รุ่น D มีสีตัวถังให้เลือก 5 สี ได้แก่ คือ สีส้มหลังคาดำ (Fizzy Orange/ Black Top), สีขาวหลังคาดำ (Arctic White/ Black Top), สีเทาหลังคาดำ (Andes Grey/ Black Top), สีดำ (Black Knight/ Black Top) และสีฟ้าหลังคาดำ (Sol Blue/ Black Top) ภายในมีสีดำล้วน

จัดจำหน่ายในราคาพิเศษเพียง 719,900 บาท จากราคาปกติ 769,900 บาท พร้อมข้อเสนอพิเศษ ภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 31 มีนาคม 2568 นี้เท่านั้น
พิเศษ! ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์เริ่มต้นที่ 25%
ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี
รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อน ตลอดอายุ การใช้งาน (LIFETIME WARRANTY)
ฟรี! MG Home Charger พร้อมค่าติดตั้ง จำนวน 1 ชุด
ฟรี! ชุดพรมปูพื้น

NEW MG4 ไม่เพียงแต่เป็นยานยนต์ไฟฟ้าคุณภาพสูงที่ได้รับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน แต่ยังมาพร้อมกับการรับประกันคุณภาพแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน (LIFETIME WARRANTY) ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์สำคัญของแบรนด์ เอ็มจี ที่ช่วยคลายความกังวลใจของผู้บริโภคเกี่ยวกับความทนทานของระบบไฟฟ้า นอกจากนี้ NEW MG4 ยังได้รับการการันตีคุณภาพด้วยรางวัล THAILAND EV OF THE YEAR 2023 และรางวัล Best Family Car จาก UKCOTY รวมถึงได้รับการยอมรับในระดับสากลจากเว็บไซต์ผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์อีวี และยังเป็นโมเดลที่ผ่านการทดสอบความปลอดภัยระดับ 5 ดาว จาก Euro NCAP (European New Car Assessment Programme) ด้วยเช่นเดียวกัน

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “เอ็มจี มุ่งมั่นในการนำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้บริโภคไว้ได้ในทุกด้าน และสะท้อนถึงความตั้งใจในการยกระดับประสบการณ์การขับขี่ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ซึ่ง NEW MG4 ถือเป็นอีกหนึ่งโมเดลภาคภูมิใจของแบรนด์ เอ็มจี ที่ประสบความสำเร็จ ด้วยยอดขายสะสมในประเทศไทย รวมแล้วกว่า 13,000 คัน และยอดขายสะสมทั่วโลกมากกว่า 200,000 คัน โดยการเพิ่ม NEW MG4 LONG RANGE รุ่น D เข้าสู่ตลาดอีวีไทยในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย แต่ยังเป็นการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ รวมถึงยังเป็น การเพิ่มโอกาสและทางเลือกในการซื้อรถยนต์ไฟฟ้า ให้กับลูกค้าชาวไทยที่มองหารถที่สามารถมอบทั้งการขับขี่ที่ขับสนุก ชาร์จได้ไว ขับได้ไกลแบบไม่ต้องกังวล สำหรับผู้สนใจสามารถเข้าเยี่ยมชมและทดลองขับ NEW MG4 LONG RANGE รุ่น D ได้ที่ศูนย์บริการคุณภาพของ เอ็มจีมากกว่า 140 แห่งทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป”
 

12
ต้องแปรงฟันหรือดูแลช่องปากอย่างไร เมื่อเด็กต้องเข้ารับการจัดฟันเด็ก

การดูแลรักษาความสะอาดของช่องปกและฟัน ถือว่าเปานกิจวัตรประวันที่เราต้องทำทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นวัยไหน การมีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดี ก็ถือว่าช่วยทำให้สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างเต็มที่และมั่นใจมากขึ้น เพราะฉะนั้น พ่อแม่ผู้ปกครอง ก็ควรที่จะดูแลสุขภาพปากและฟันของตัวคุณเองที่ดี เพื่อแสดงให้เด็กเห็นว่าสุขภาพปากและฟันเป็นสิ่งที่มีค่า


และดียิ่งขึ้นถ้าคุณช่วยสร้างบรรยากาศให้กับการดูแลสุขภาพปากและฟันเป็นเรื่องสนุก เช่น การแปรงฟันไปกับลูกของคุณ การให้เด็กเลือกแปรงสีฟันด้วยตนเอง ก็เป็นการช่วยสนับสนุนการดูแลสุขภาพปากและฟันอย่างเหมาะสมกับเด็กได้ การปลูกฝังทัศนคติที่ดีในการดูแลรักษาฟัน จะช่วยให้เด็กได้เข้าใจว่า การที่เรามีฟันที่แข็งแรงนั้น ก็จะช่วยทำให้เรามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ดังนั้น การปลูกฝังหรือสร้างทัศนคติที่ดี จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ยิ่งในวัยเด็ก เมื่อเราปลูกฝังอะไรเข้าไป เด็กก็จะรับรู้และเอาไปเป็นตัวอย่าง โดยพ่อแม่ผู้ปกครอง อาจจะเริ่มต้นด้วยการแปรงฟันให้ลูกดูอย่างถูกวิธี สอนให้ลูกแปรงฟันอย่างถูกต้อง เพียงเท่านี้ก็จะช่วยสร้างทัศนคติที่ดีเกี่ยวกับการดูแลรักษาความสะอาดของช่องปากและฟันในเด็กได้แล้ว

นอกจากนี้ หากเด็กมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพช่องปากและฟัน พ่อแม่ผู้ปกครองควรที่จะพาบุตรหลานของท่านเข้ารับการแก้ไขทันทีไม่ควรปล่อยไว้ให้ปัญหาฟันลุกลามจนอาจจะทำให้เกิดผลเสียได้ หากลูกมีความผิดปกติเกี่ยวกับรูปร่างฟัน การขึ้นของฟัน ก็สามารถพาบุตรหลานของท่านเข้าพบทันตแพทย์เพื่อเข้ารับการจัดฟันในเด็กได้ แต่หลายคนอาจจะยังมีความกังวลที่ว่า เมื่อเด็กจะต้องเข้ารับการจัดฟันในเด็กแล้ว ในเรื่องของของการแปรงฟัน หรือการทำความสะอาดช่องปากและฟัน ควรจะดูแลอย่าไร เพื่อไม่ให้เด็กมีฟันผุ เพราะหลายคนอาจจะคิดว่า การเข้ารับการจัดฟันนั้น ดุแลรักษาความสะอาดยาก ทั้งเรื่องของการรับประทานอาหารและการแปรงฟัน อาจจะทำให้เด็กไม่สามารถทำความสะอาดช่องปากและฟันได้อย่างทั่วถึง


ดังนั้น วันนี้ทางคลินิกของเราจะมาพูดถึงการทำความสะอาดและการดูลสุขภาพช่องปากและฟัน เมื่อเด็กต้องเข้ารับการจัดฟันในเด็ก สำหรับเรื่องของการแปรงฟันในเด็กที่เข้ารับการจัดฟันนั้น เด็กสามารถการแปรงฟันได้เช่นเดิม แต่ต้องมีการแปรงที่ตัวฟันเพิ่มมากขึ้น เช่น ควรที่จะใช้ไหมขัดฟันร้อยไปตามตัวลวดแล้วขัดฟัน ต่อมาจากนั้น แปรงซอกฟันเพื่อทำความสะอาดขอบข้างของเครื่องมือจัดฟัน การแปรงลิ้น และทำความสะอาดกระพุ้งแก้ม ซึ่งการจัดฟันในเด็กนั้น พ่อแม่อาจจะคอยให้คำแนะนำระหว่างที่เด็กกำลังแปรงฟันได้ เพื่อสอนให้เด็กแปงฟันได้อย่างทั่วถึงและสะอาด เพราะเครื่องมือการจัดฟัน อาจจะทำให้เด็กแปรงฟันได้ยากกว่าเดิม หรือควรใช้ไหมขัดฟันก่อนแปรงฟัน เพื่อเป็นการขจัดเชื้อโรคไปด้วย แล้วจึงแปรงฟันด้วยแปรงขนนุ่ม โดยเลือกขนาดของแปรงให้เหมาะกับช่องปากและฟัน สำหรับยาสีฟัน ควรใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์เพื่อป้องกันฟันผุ และแนะนำให้แปรงแห้งคือ บ้วนปาก บีบยาสีฟันแล้วแปรง บ้วนยาสีฟันส่วนเกินออก หลังแปรงไม่บ้วนปาก เพราะจะทำให้ฟลูออไรด์ส่วนที่มากับยาสีฟันจะได้จับกับตัวฟันได้ดีนั่นเอง


อย่างไรก็ตาม พ่อแม่ผู้ปกคองที่ควรเอาใจใส่ในเรื่องของการทำความสะอาดช่องปากและฟันของเด็กให้มากเป็นพิเศษ เพื่อที่เด็กจะได้มีสุขภาพฟันที่แข็งแรง หากพ่อแม่ผู้ปกครองท่านใด สนใจพาบุตรหลานของท่านเข้ารับการจัดฟันในเด็ก สามารถติดต่อขอรับคำแนะนำได้ที่คลินิกเพราะทางเรามีทีมัทนตแพทย์ที่มีคงวามเชี่ยวชาญด้านทันตกรรมในเด็ก จึงคอยให้คำแนะนำในเรื่องของการแปรงฟัน การดูแลรักษาฟันได้อย่างถูกต้อง นอกจากนี้ ทันตแแพทย์ของเรายังมีประสบการณ์ด้านทันตกรรมครบจรมาอย่างยาวนาน จึงทำให้สามารถรักษาฟันได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงมั่นจได้ว่า บุตรหลานของท่านจะมีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดีขึ้นได้อย่าแน่นอน เพื่อที่จะได้เติบโตไปเป้นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี

13
ฉนวนกันความร้อนโรงงาน ทำไมจึงมีอายุการใช้งานยาวนาน

ฉนวนกันความร้อนโรงงาน คือหนึ่งในผลิตภัณฑ์สำคัญที่โรงงานอุตสาหกรรมขาดไม่ได้ เพราะมีส่วนช่วยในการลดการสูญเสียพลังงาน ทำให้โรงงานประหยัดไฟ ประหยัดต้นทุนการผลิตได้มากขึ้น มีกำไรมากขึ้น ตลอดไปจนถึงยังช่วยให้พนักงานและเครื่องจักรทำงานเบาลง ไม่ร้อนเกินไปจนเกิดเสี่ยงเจ็บป่วยชำรุดเสียหายได้ แต่

อย่างไรก็ตาม การเลือก ฉนวนกันความร้อนโรงงาน ก็ต้องเลือกที่มีคุณภาพมีอายุการใช้งานให้ยาวนานด้วย เพื่อความคุ้มค่า และการรักษาสภาพความเป็นฉนวนกันความร้อนเอาไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดย ฉนวนกันความร้อน ได้รับการยอมรับกันว่าเป็นฉนวนที่มีอายุการใช้งานสูงเป็นสิบ ๆ ปี เพราะมีคุณสมบัติโดดเด่นแตกต่าง ดังต่อไปนี้


1.เป็นฉนวนกันความร้อนที่ป้องกันการควบแน่นได้ดี

ฉนวนกันความร้อนโรงงาน เป็นฉนวนที่มีความหนาหลากหลาย เมื่อเลือกความหนาที่เหมาะสมกับการใช้งานแล้วจะช่วยป้องกันการควบแน่นกลายเป็นหยดน้ำจากความแตกต่างของอุณหภูมิได้เป็นอย่างดี ซึ่งเมื่อป้องกันการควบแน่นเป็นหยดน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ฉนวนก็จะไม่เก็บความชื้นสะสมมากเกินไป ซึ่งความชื้นเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้ฉนวนเสื่อมสภาพได้เร็วนั่นเอง


2.เป็นฉนวนที่มีความแข็งแรงทนทาน

ฉนวนกันความร้อนโรงงาน เป็นฉนวนที่มีน้ำหนักเบา และใช้วัสดุปิดผิวชนิดพิเศษที่มีความคงทน จึงทำให้เวลาติดตั้งไม่ฉีกขาดง่าย ไม่เกิดร่องรอยที่ทำให้ฉนวนมีโอกาสเสื่อมสภาพได้เร็วเมือถูกใช้งานนาน ๆ นอกจากนั้นแล้ว ตัวเนื้อฉนวนยังมีความยืดหยุ่น คืนตัวได้ดี จึงทนต่อแรงกดได้ดีเป็นพิเศษ เมื่อนำไปใช้งานจึงแข็งแรง ไม่ชำรุดเสียหายง่าย อันเป็นที่มาของการมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน


3.เป็นฉนวน Green Guard ทนต่อน้ำและความชื้น

ฉนวนกันความร้อน จะมีความพิเศษแตกต่างจากฉนวนกันความร้อนอื่น ๆ ทั่วไปตรงที่ในตัวเนื้อฉนวนจะมีการใส่สาร HydroProtect ผสมเข้าไปด้วย ซึ่งเป็นสารที่มีคุณสมบัติในการกันน้ำและความชื้นสูง โดยจะทำให้เนื้อฉนวนกันน้ำและความชื้นได้เพิ่มสูงสุดถึง 10 เท่า จึงทำให้เนื้อฉนวนคงประสิทธิภาพความเป็นฉนวนได้ยาวนาน เสื่อมสภาพช้าและมีอายุการใช้งานที่ยาวนานมากกว่าฉนวนทั่วไป

ในการลงทุนติดตั้งฉนวนกันความร้อนโรงงานนั้น โดยทั่วไปแล้วจะต้องทำให้ครอบคลุมทุกจุดสำคัญ อาทิ หลังคาโรงงาน ท่อระบบปรับอากาศ ท่อน้ำร้อนน้ำเย็น ห้องเครื่องจักร เป็นต้น ซึ่งแน่นอนว่าจะเป็นการลงทุนที่ใช้งบประมาณไม่น้อย แต่ก็คุ้มค่า หากฉนวนกันความร้อนโรงงานที่ติดตั้งเป็นฉนวนคุณภาพดี และมีอายุการใช้งานยาวนาน

14
Doctor At Home: พิษคางคก (Toad poisoning/Bufotoxins poisoning)

ต่อมเมือกใกล้หู (parotid gland) ของคางคกจะขับเมือก (เรียกว่า ยางคางคก) ที่มีสารพิษ (bufotoxins/toad toxins) ซึ่งประกอบด้วยสารเคมีหลายชนิดที่มีผลต่อระบบต่าง ๆ ของร่างกาย ที่สำคัญ คือ กลุ่มดิจิทาลอยด์ ซึ่งออกฤทธิ์คล้ายดิจิทาลิส ทำให้เกิดพิษร้ายแรงต่อหัวใจถึงเสียชีวิตได้

นอกจากนี้ ยังมีสารสำคัญอื่น ๆ เช่น กลุ่มคาเทโคลามีน (catecholamines) ที่มีผลต่อหัวใจและหลอดเลือด และกลุ่มอินโดลไคลามีน (indolekylamines) ซึ่งมีฤทธิ์ทำให้มีอาการประสาทหลอน

พิษมีอยู่ในหนัง เลือด ไข่ และเครื่องในของคางคกแทบทุกชนิดที่มีในบ้านเรา พิษมีความทนต่อความร้อน การบริโภคคางคกที่ทำให้สุกแล้วก็เกิดพิษได้

เด็กจะทนต่อพิษคางคกได้มากกว่าผู้ใหญ่

ในบ้านเรามีรายงานผู้ที่ป่วยและตายจากการบริโภคคางคกเป็นครั้งคราว

สาเหตุ

เกิดจากการบริโภคคางคกพิษโดยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์


อาการ

ผู้ป่วยจะมีอาการแสดงคล้ายได้รับพิษดิจิทาลิสเกินขนาด อาการจะเกิดขึ้นช้า ๆ หลังจากกินคางคกหลายชั่วโมง แรกเริ่มจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน บางรายอาจมีอาการปวดท้อง ท้องเดินร่วมด้วย

ต่อมาจะอาการอ่อนเพลีย เวียนศีรษะ เห็นภาพเป็นสีเหลือง มีอาการเปลี่ยนแปลงของระดับสติ เริ่มจากอาการสับสน เพ้อ ง่วงซึม มีอาการประสาทหลอน หรืออาการทางจิต จนในที่สุดมีอาการชัก หมดสติ

ที่ร้ายแรง คือ หัวใจเต้นช้าและเต้นผิดจังหวะ ในที่สุดเกิดภาวะหัวใจห้องล่างเต้นระรัว (ventricular fibrillation) และเสียชีวิตในเวลารวดเร็วจากภาวะหัวใจวายหรือการไหลเวียนล้มเหลว

ภาวะแทรกซ้อน

ที่สำคัญ คือ ภาวะหัวใจห้องล่างเต้นระรัว (ventricular fibrillation) ซึ่งเป็นสาเหตุการตายของโรคนี้

นอกจากนี้มักมีภาวะโพแทสเซียมในเลือดสูง


การวินิจฉัย

แพทย์จะวินิจฉัยจากอาการและสิ่งตรวจพบ ดังนี้

มักตรวจพบชีพจรเต้นช้ากว่า 40 ครั้ง/นาที

ในระยะรุนแรง จะพบอาการชัก หมดสติ คลำชีพจรไม่ได้


การรักษาโดยแพทย์

แพทย์จะวินิจฉัยโรคนี้จากลักษณะอาการและประวัติการกินคางคกเป็นสำคัญ ในบางแห่งอาจทำการตรวจหาสารดิจิทาลิสในเลือด และมักจะทำการติดตามประเมินอาการด้วยการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ และตรวจหาระดับโพแทสเซียมเป็นระยะ ๆ

การรักษา ให้การรักษาขั้นพื้นฐาน (อ่านเพิ่มเติมที่ "การรักษาขั้นพื้นฐาน (ที่สถานพยาบาล) สำหรับผู้ป่วยที่กินสัตว์หรือพืชพิษ" ด้านล่าง) ถ้าพบว่าคลำชีพจรไม่ได้หรือหยุดหายใจให้ทำการกู้ชีพ

นอกจากนี้จะให้การรักษาแบบประคับประคอง เช่น ในรายที่ชีพจรเต้นช้าให้อะโทรพีน ถ้าไม่ได้ผล อาจต้องใช้เครื่องกระตุ้นหัวใจ (pacemaker)

ในรายที่ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะให้ยาแก้ไข เช่น ลิโดเคน (lidocaine) เฟนิโทอิน ควินิดีน อะมิโอดาโรน (amiodarone) เป็นต้น

ในรายที่มีระดับโพแทสเซียมในเลือดสูง ให้การรักษาด้วยการฉีดโซเดียมไบคาร์บอเนต กลูโคส และอินซูลิน

ถ้ามี digitalis FAB antibody ควรรีบให้ยานี้ทันที ซึ่งจะช่วยให้พิษหมดเร็ว และรอดชีวิตได้

การรักษาขั้นพื้นฐาน (ที่สถานพยาบาล) สำหรับผู้ป่วยที่กินสัตว์หรือพืชพิษ

1. ถ้าผู้ป่วยกินสัตว์หรือพืชพิษมาไม่เกิน 1 ชั่วโมง และยังไม่อาเจียน รีบทำให้ผู้ป่วยอาเจียนด้วยการให้ไอพีเเคกน้ำเชื่อมหรือใช้นิ้วล้วงคอ

2. ให้ผู้ป่วยกินผงถ่านกัมมันต์ (activated charcoal) ขนาด 1 กรัม/กก. โดยผสมน้ำ 1 แก้ว โดยให้ผู้ป่วยดื่มเอง ถ้าอาเจียนหรือดื่มเองไม่ได้ ให้ป้อนผ่านท่อสวนกระเพาะ (stomach tube) ถ้าผู้ป่วยหมดสติ ควรใส่ท่อช่วยหายใจก่อนเพื่อป้องกันการสำลัก

ควรให้เร็วที่สุดเมื่อพบผู้ป่วย (วิธีนี้จะได้ผลมากที่สุดเมื่อให้กินภายใน 30 นาทีหลังกินสัตว์หรือพืชพิษ) ไม่ควรให้ก่อนหรือหลังให้ยาที่ทำให้อาเจียน

ในรายที่รับพิษร้ายเเรง เช่น ปลาปักเป้า แมงดาถ้วย เห็ดพิษร้ายแรง หรือสงสัยรับพิษปริมาณมาก ควรให้ซ้ำทุก 4 ชั่วโมง

3. ทำการล้างกระเพาะอาหารด้วยน้ำเกลือนอร์มัลหรือน้ำ

วิธีนี้จะได้ผลดี เมื่อผู้ป่วยกินสารพิษมาไม่เกิน 1 ชั่วโมง และไม่มีอาการอาเจียน ถ้าทำหลังกินสารพิษมากกว่า 4 ชั่วโมง อาจไม่ได้ประโยชน์และไม่คุ้มกับผลข้างเคียง (ที่สำคัญคือ การสำลักเข้าปอดทำให้ปอดอักเสบ)

ควรกระทำโดยบุคลากรที่ชำนาญ และในที่ที่มีความพร้อม

ไม่จำเป็นต้องทำ ถ้าผู้ป่วยมีอาการอาเจียนมาก และห้ามทำในผู้ป่วยชัก ไม่ค่อยรู้ตัว หมดสติ

อาจให้ผงถ่านกัมมันต์กินก่อนล้างกระเพาะ หรือผสมผงถ่านกัมมันต์ในน้ำล้างกระเพาะก็ได้

4. ให้ผู้ป่วยดื่มโซเดียมไบคาร์บอเนต ขนาด 2-5% จำนวน 50 มล.

5. ให้กินยาระบาย ซอร์บิทอล (sorbitol) ขนาด 70% อาจกินเดี่ยว ๆ หรือผสมกับผงถ่านกัมมันต์แทนน้ำก็ได้ ถ้าไม่มีอาจให้ยาระบายอื่น ๆ เช่น ยาระบายแมกนีเซีย (Milk of Magnesia) แทน ให้ได้ไม่เกิน 2 ครั้ง

ห้ามทำ ในรายที่มีอาการถ่ายท้องมากอยู่แล้ว หรือมีภาวะขาดน้ำที่ยังไม่ได้รับการทดแทน

6. ให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดดำ

7. ถ้าชักฉีดไดอะซีเเพม 5-10 มก.เข้าหลอดเลือดดำ

8. ถ้าหยุดหายใจหรือหายใจไม่ได้ ให้ทำการช่วยเหลือด้วยการเป่าปาก หรือใช้เครื่องช่วยหายใจ

9. ถ้าหมดสติ ให้การรักษาแบบหมดสติ


การดูแลตนเอง

หากสงสัยว่าผู้ป่วยเกิดอาการพิษคางคก ควรทำการปฐมพยาบาลแล้วรีบพาผู้ป่วยไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทันที

การปฐมพยาบาล สำหรับผู้ป่วยที่กินสารพิษ สัตว์พิษ หรือพืชพิษ

1. รีบทำให้ผู้ป่วยอาเจียน เพื่อขับพิษออก

    ถ้ามียากระตุ้นอาเจียน ได้แก่ ไอพีแคกน้ำเชื่อม (syrup ipecac) ให้กินครั้งละ 15-30 มล. (เด็กโต 15 มล.) และดื่มน้ำตามไป 1 แก้ว ถ้ายังไม่อาเจียนใน 20 นาที กินซ้ำได้อีก 1 ครั้ง
    ถ้าไม่มียา ให้ผู้ป่วยดื่มน้ำ 1 แก้ว แล้วใช้นิ้วล้วงเข้าไปเขี่ยที่ผนังลำคอกระตุ้นให้อาเจียน ถ้าไม่ได้ผลทำซ้ำอีกครั้ง

ควรเก็บเศษอาหารที่อาเจียน ไว้ส่งตรวจวิเคราะห์

วิธีนี้จะได้ผลดี ต้องรีบทำภายใน 1 ชั่วโมงหลังกินสารพิษ และไม่ต้องทำหากผู้ป่วยมีอาการอาเจียนเองอยู่แล้ว

ห้ามทำ ในผู้ป่วยที่ชัก ไม่ค่อยรู้ตัวหรือหมดสติ หรือกินกรด ด่าง น้ำมันก๊าด ทินเนอร์ หรือสารพิษไม่ทราบชนิด

2. ถ้ามีผงถ่านกัมมันต์ (activated charcoal) ให้กินขนาด 1 กรัม/กก. โดยผสมน้ำ 1/2-1 แก้ว เพื่อลดการดูดซึมสารพิษเข้าร่างกาย (ไม่ต้องทำถ้าผู้ป่วยกินกรด ด่าง น้ำมันก๊าด ทินเนอร์)

ถ้าไม่มีผงถ่านกัมมันต์ ให้กินไข่ดิบ 5-10 ฟอง หรือดื่มนมหรือน้ำ 4-5 แก้ว

3. สำหรับผู้ป่วยที่กินพาราควอต ให้กินสารละลายดินเหนียว (Fuller’s earth) โดยผสมผงดินเหนียว 150 กรัม หรือ 2 1/2 กระป๋อง ในน้ำ 1 ลิตร ถ้าไม่มีให้ดื่มน้ำโคลนดินเหนียวจากท้องร่องในสวน (ที่ไม่มีตะปูหรือเศษแก้ว หรือสารพิษตกค้าง) ซึ่งจะลดพิษของยานี้ได้

4. สำหรับผู้ที่กินปลาปักเป้า แมงดาถ้วย ปลาทะเลพิษ หอยทะเลพิษ เห็ดพิษ ให้ดื่มโซเดียมไบคาร์บอเนตขนาด 2-5% จำนวน 50 มล. (อาจเตรียมโดยผสมผงฟู 1-2.5 กรัม ในน้ำ 50 มล.) ซึ่งจะช่วยลดพิษของอาหารพิษได้

ห้ามทำ ข้อ 2-4 ถ้าผู้ป่วยชัก ไม่ค่อยรู้ตัวหรือหมดสติ

5. ถ้าผู้ป่วยมีภาวะขาดน้ำ ให้ดื่มสารละลายน้ำตาลเกลือแร่ หรือให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดดำ

6. ถ้าผู้ป่วยชักหรือหมดสติ ให้ทำการปฐมพยาบาลเช่นเดียวกับผู้ป่วยชัก (อ่านใน "โรคลมชัก" เพิ่มเติม) หรือหมดสติ (อ่านใน "อาการหมดสติ" เพิ่มเติม)

7. รีบพาผู้ป่วยไปโรงพยาบาล ควรนำสารพิษที่ผู้ป่วยกินหรืออาเจียนออกมาไปให้แพทย์ตรวจวิเคราะห์ด้วย

การป้องกัน

1. หลีกเลี่ยงการกินคางคกทุกชนิด ไม่ว่าจะปรุงหรือเตรียมให้สุกด้วยวิธีใด ๆ ก็ตาม

2. หลีกเลี่ยงการกินยาจีนหรือยาแผนโบราณที่มีส่วนประกอบของคางคกผสม


ข้อแนะนำ

การรับพิษคางคกส่วนใหญ่เกิดจากการกินคางคกด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่มีรายงานว่าในสหรัฐอเมริกามีผู้ที่ป่วยด้วยพิษคางคกจากการกินยาจีนที่ทำจากหนังคางคก (เชื่อว่าเป็นยาบำรุงทางเพศ)* ดังนั้นจึงควรมีความระมัดระวังในการใช้ยาแผนโบราณเป็นอย่างยิ่ง

*Gowda RM, Cohen RA, Khan IA. Case report: toad venom poisoning resemblance to digoxin toxicity and therapeutic implications.
Available at http://heart.bmjjournals.com/cgi/content/full/89/4/e14

15
บริการด้านอาหาร: รับประทานอาหาร เพื่อลดไตรกลีเซอไรด์

เชื่อว่า ผู้หญิงหลายคนอยากที่จะมีหุ่นที่สวยงามไปพร้อมๆกับการมีสุขภาพร่างกายที่ดี ซึ่งวิธีที่ดีที่สุดก็คือ การควบคุมและเลือกรับประทานอาหาร นอกจากจะช่วยให้การลดน้ำหนักเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ยังทำให้ร่างกายของเราแข็งแรงอีกด้วย แต่ในขณะเดียวกับก็มีสาวๆที่เชื่อว่า การงดรับประทานไขมันนั้น จะช่วยให้มีหุ่นที่สวยได้ แต่ร่างกายของเราก็ต้องการไขมันไปช่วยสร้างสมดุลให้กับร่างกาย

โดยเฉพาะไขมันดี ก็คือไขมันที่ไม่ส่งผลเสียต่อร่างกาย แต่ในทางกลับกันจะส่งผลดีต่อสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดและสุขภาพโดยรวมของเรา จะทำหน้าที่ช่วยลดการสะสมคอเลสเตอรอล ลดไตรกลีเซอไรด์ และลดไขมันเลวในหลอดเลือด จึงช่วยลดโอกาสการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ ไขมันดีในกลุ่มนี้ เช่น ไขมันไม่อิ่มตัว กรดไขมันโอเมก้า-3 จากปลาทะเล หรือจากพืชบางชนิด เช่น เมล็ดเชีย เมล็ดแฟล็ก ถั่วดาวอินคา น้ำมันมะกอก เป็นต้น

แต่ก็มีหลายคนเวลาที่ไปตรวจสุขภาพแล้วพบว่า มีไขมันไตรกลีเซอไรด์สูง ซึ่งไตรกลีเซอไรด์เป็นไขมันที่ตับสังเคราะห์ขึ้นมาเพื่อใช้เป็นแหล่งพลังงานของร่างกาย ถึงแม้เราจะอยู่เฉย ๆ ไม่ได้รับประทานอาหารไขมันสูงแต่ร่างกายก็จะผลิตไตรกลีเซอไรด์มาอยู่ดี ซึ่งโดยปกติแล้วระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือดควรจะไม่เกิน 150 มิลลิกรัม/เดซิลิตร แต่หากมีไตรกลีเซอไรด์เกินกว่านั้น เนื่องจากชอบกินอาหารไขมันสูง ขนมหวานมากเกินไป ก็ถือว่าอยู่ในจุดที่อันตรายต่อร่างกายแล้ว ดังนั้น วันนี้เราจะมาพูดถึงวิธีการรับประทานอาหาร เพื่อลดไตรกลีเซอไรด์ เพื่อเป็นทางเลือกสุขภาพให้เราได้เลือกรับประทานอาหารมากขึ้นเพื่อสุขภาพที่ดี

 
ต้องบอกก่อนว่า ไขมันเหล่านี้เป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญในร่างกายของเรา แต่หากมีในระดับสูงเกินไป ก็จะทำร้ายหัวใจได้ เช่น ทำให้หลอดเลือดแดงอุดตัน และอาจเป็นโรคหัวใจหรือโรคหลอดเลือดสมอง แต่ก็มีหลายวิธีในการลดไตรกลีเซอไรด์ได้ด้วยตนเอง เช่น ถ้าหากมีไตรกลีเซอไรด์สูง ให้ตรวจสอบความหวานของอาหารที่เรารับประทาน เช่นหาก อาหารที่เรารับประทานมีน้ำตาลฟรุกโตส

 
ก็จะทำให้เพิ่มไตรกลีเซอไรด์ได้ ให้ระวังอาหารที่มีส่วนผสมจากน้ำตาล สำหรับวิธีการรับประทานอาหาร ก็ควรลดอาหารที่มีรสหวานไม่ว่าจะเป็นขนมหรือเครื่องดื่มรสหวานทุกชนิด เป็นสาเหตุให้ไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงขึ้นได้ เพราะการกินอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาลมากเกินไปจนทำให้ร่างกายไม่สามารถเผาผลาญได้หมด จะทำให้ระบบการสร้างและย่อยสลายไตรกลีเซอไรด์ผิดปกติไปด้วย


นอกจากนี้ ควรเลี่ยงอาหารไขมันสูง เพราะจะช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือดได้ ควรเลี่ยงอาหารทอดหรือผัดที่ใช้น้ำมันมาก รวมทั้งหลีกเลี่ยงการรับประทานเนื้อสัตว์ติดมันด้วย และหมั่นเติมไขมันดีให้ร่างกาย รับประทานให้ครบ 3 มื้อหลัก เพราะการอดอาหารจะทำให้สัดส่วนในการรับพลังงานจากอาหารของร่างกายผิดเพี้ยนไป

ดังนั้น เราควรรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 3 มื้อ เน้นหนักมื้อเช้า เบามื้อเที่ยง และกินมื้อเย็นให้น้อยกว่ามื้อเที่ยงครึ่งหนึ่ง ซึ่งวิธีรับประทานอาหารตามนี้จะช่วยให้ร่างกายใช้พลังงานได้ดี ไม่มีพลังงานเหลือไปสร้างไตรกลีเซอไรด์ได้ และต้องรับประทานผัก-ผลไม้ให้มากขึ้น เพราะคนที่มีระดับไขมันในเลือดสูง ควรรับประทานอาหารที่มีกากใยมาก ๆ เพราะกากใยอาหารที่ได้จากผักและผลไม้ รวมทั้งธัญพืชชนิดต่าง ๆ มีส่วนช่วยลดการดูดซึมไขมันในลำไส้ ลดความเสี่ยงของการเกิดไขมันไตรกลีเซอไรด์เพิ่มขึ้นด้วย และที่สำคัญสำหรับใครที่มีพฤติกรรมการสูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์ ก็ควรจะงดเพราะบุหรี่มีส่วนกระตุ้นให้ตับสร้างไตรกลีเซอไรด์มากขึ้นรวมไปถึง เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทั้งหลายก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ไตรกลีเซอไรด์ในเลือดเพิ่มขึ้นได้
 
ดังนั้น เราควรเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพราะทางเราอยากให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดี ซึ่งเน้นย้ำมาตลอดให้ทุกคนเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ในปริมาณที่เหมาะสมต่อความต้องการของร่างกาย และที่สำคัญควรจะหมั่นออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง ห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บด้วย

หน้า: [1] 2 3 ... 52